Beyond Attitude : โอ เทพรัตน์ สงเคราะห์
 
                การที่ใครหนึ่งคนจะสามารถทำความเข้าใจตนเองได้อย่างทะลุปรุโปร่งในทุกด้านของการใช้ชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความรู้สึก และความต้องการของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ทุกเวลา หากแต่เขาคนนั้นจะต้องหมั่นศึกษา เรียนรู้ทั้งสภาพแวดล้อมภายใน นั่นคือใจตนเอง ควบคู่ไปกับสภาพแวดล้อมภายนอกนั่นคือเพื่อนมนุษย์รอบข้าง ที่มีความต่าง ทั้งด้านแง่คิด การใช้ชีวิต และความต้องการ ซึ่งหนึ่งคนนั้นคือ คุณโอ เทพรัตน์ สงเคราะห์
                คุณโอ คือนักคิด นักเขียนผู้มีความรู้ ความสามารถรอบด้าน ที่สำคัญเขาคือชายหนุ่มผู้รังสรรค์ทัศนคติของตนให้เข้าใจตนได้อย่างไร้ข้อสงสัย และด้วยความสามารถเหล่านี้เอง ทำให้เขาได้รับการยอมรับให้เป็นกูรูด้านจิตใจ ให้กับรายการเจาะใจ และยังร่วมแสดงความคิดอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนหลายครั้ง เป็นนักปรัชญา ที่ได้รับเกียรติบัตรหลักสูตร “ ปรัชญาแห่งความสำเร็จขั้นสูง” จาก NIKKEN แห่งประเทศญี่ปุ่น  เป็นนักวิจัยอิสระ เป็นวิทยากร เป็นนักสร้างพลังใจ ทั้งยังเคยเป็นนายแบบผู้ประสบความสำเร็จในวงการแฟชั่นจนสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับวงการแฟชั่นไทยด้วยการก้าวเข้าไปเป็นนายแบบอาชีพคนแรกในต่างประเทศ พร้อมทั้งยังได้นำประสบการณ์มาเปิดบริษัทโมเดลลิ่งเป็นของตัวเอง ภายใต้ชื่อบริษัทว่า “Mode Modeling” โมเดลเอเจนซี่อันดับหนึ่งของไทยและชั้นนำของ เอเชีย และยังเคยเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอลทีมชาติมาก่อนอีกด้วย จนอาจเรียกได้ว่าเขาเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จรอบด้านตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเทียบกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ซึ่งการที่จะสร้างกำลังใจให้กับตนเองจนสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างให้สำเร็จได้นั้น สำคัญอยู่ที่มุมมอง ทัศนคติที่มีต่อเป้าหมายของตนเอง กล่าวคือเมื่อรู้ว่าตนเองต้องการสิ่งใด ยืนอยู่ตรงจุดไหน และจะก้าวต่อไปอย่างไร เพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ได้อย่างไม่ยึดติดกับอดีตที่ผ่านมาให้เสียเวลา
                วันนี้คุณโอได้นำประสบการณ์ดีๆ รวมถึงทัศนคติที่ถือเป็นประโยชน์มากๆ มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราว เรื่องเล่าผ่านตัวอักษรทั้ง 26 ตัวนี้ไว้แล้ว ซึ่งเชื่อว่า Talk to Me ฉบับเปิดศักราชต้อนรับปีใหม่ฉบับนี้ จะช่วยสร้างกำลังใจ รวมถึงพลังใจดีๆ ให้กับทุกคนที่ได้อ่านได้อย่างดีทีเดียว
 
 
 
 
A - ATTITUDE  
ทัศนคติคือคำที่ได้ยินอย่างบ่อยครั้งจนน่าเบื่อหน่าย แต่แท้ที่จริงมันมีความสำคัญต่อรูปแบบชีวิตมนุษย์มากที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะมันทำหน้าที่ 3 อย่างคือ 1) “รับรู้” คือ ทัศนคติเปรียบเหมือนกล้องถ่ายภาพที่ฝังอยู่ในหัวมนุษย์ ในความเป็นจริงเดียวกันแต่ละคนเลือกที่จะรับรู้ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นการให้คนล้านคนใช้กล้องตัวเดียวกัน ถ่ายไปยังจุดเดียวกันอย่างอิสระจะไม่มีวันได้ภาพที่เหมือนกัน 2) เมื่อเกิดภาพในความคิดแล้วก็จะเกิดการตัดสินใจ และเกิดอารมณ์ตามภาพที่รับเข้ามาโดยอาจไม่เป็นไปตามความเป็นจริงทั้งหมด 3) และเมื่อตัดสินใจแล้วก็จะเกิดเป็นการกระทำของมนุษย์  “ดังนั้นจึงไม่มีประโยชน์ใดๆ เลยที่เราจะเปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เปลี่ยนทัศนคติ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง และทัศนคติจะไม่สามารถเปลี่ยนได้จากประโยคบอกเล่า นอกจากเปลี่ยนจิตใจ และตัวตนภายใน” ทัศนคติจึงมีความสำคัญตั้งแต่ก้าวแรกของชีวิต ถ้ามีใครถามผมว่า “ทำไมต้องคิดบวก?” ผมก็จะตอบง่ายๆ ว่า  “แล้วคิดลบมันเกิดประโยชน์ต่อชีวิตยังไง!”
 
B - BE Light
เคยมีลูกศิษย์ที่เป็นวิศวกรถามผมว่าในทางกายภาพจะมีมาตรวัดเช่น KPI ที่จับต้องได้ แล้วในทางจิตใจหรือทางกายภาพ ถูก ผิด ชั่ว ดี รู้ ไม่รู้ จะใช้อะไรเป็นมาตรวัด ผมตอบว่า “ใช้ความโปร่งเบาในจิตใจ” อะไรที่ ถูก ดี รู้ เราจะมีความโปร่งเบาบางอย่างเกิดขึ้นในจิตใจ (light) ซึ่งมาตรวัดนี้มีอยู่ในตัวเราทุกคน ไม่มีใครรู้หรือตัดสินได้ นอกจากตัวเราเองที่รู้แจ้งแก่ใจ
 
C - CENTER
เชื่อหรือไม่ว่าถ้าเราหลงป่าอยู่และแม้มีแผนที่ชั้นเลิศอยู่ในมือแต่เราจะไม่มีวันออกจากป่าได้เลยถ้าเราไม่รู้ว่า “เราอยู่ตรงไหน” การดำเนินชีวิตก็เช่นกัน  หากมุ่งแต่หาทางเดินโดยไม่รู้จุดยืนของตนเองเราจะไม่มีวันเดินทางออกจากป่าชีวิตของเราได้ บางคนบอกว่าเรารู้จุดเราแล้ว แต่จุดตรงกลางของเราและคนอื่นจุดไหนดีกว่ากัน ใครผิดใครถูก สำหรับผมมันแค่ “ต่างกัน” เราถูกสอนว่าโลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ทั้งๆ ที่ทุกวันเราก็ยังคงเห็นดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก ตัวเราจะเห็นผู้คนและทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งเวลาเคลื่อนที่หมุนรอบตัวเรา “ตัวเราคือศูนย์กลางของจักรวาล” ใช่ครับ!!! และทุกคนก็คิดเช่นเดียวกัน!!! “ที่ยุ่งยากจึงไม่ใช่ชีวิตแต่เป็นความคิดคน” มนุษย์เรารับรู้ ตัดสิน ทุกเรื่องทุกสิ่งจากการเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มันจึงไม่เคยมีผิดถูก แค่ต้องเข้าใจตรงกลางที่ต่างกัน ซึ่งเป็นที่มาของอภิปรัชญาชิ้นเอกของผม “ตรงกลางที่ต่างกัน ~ A Center of Nowhere”
 
D - DO
ผมมีหลักแห่งการกระทำง่ายๆ ครับ “Think creatively, Say what you think, Do what you said - คิดอย่างสร้างสรรค์ พูดในสิ่งที่คิด ทำในสิ่งที่พูด” เราจะเห็นว่าสิ่งที่ทำคือสิ่งที่จะได้รับในท้ายสุด เราจึงควร “ทำ” แต่ “ทำอย่างไร?” ทางเลือกจะเป็นของท่านเพราะเราเองที่คือผู้รับผลแห่งการกระทำหรือก็คือ “กรรม” นั่นเอง
 
 
บริษัท ภัทร เอเชีย พับลิชชิ่ง จำกัด
402/4-7 ซ.ลาดพร้าว 94 ถ.ศรีวรา แขวง/เขต วังทองหลาง กทม. 10310
โทร. 66-2148-1005-9 โทรสาร. 66-2148-1010
 
 
ติดต่อ
ติดต่อสอบถาม | ติดต่อโฆษณา | สมัครสมาชิกนิตยสาร | ร่วมงานกับเรา
 
Copyright © 2017 www.hi-magazine.com All Rights Reserved.
ทำเว็บ  ออกแบบเว็บ  Web Design  เว็บสำเร็จรูป  เว็บไซต์สำเร็จรูป