Just the Two of Us  เพียงแค่เราสอง
เงาไสวของไม้ใหญ่ สายลมเย็น เตียงนุ่มๆ อันอบอุ่น ผืนหญ้าเขียว กาแฟรสอร่อย ภูผาสูงเบื้องหน้า ปลาตัวน้อยผู้อยากรู้อยากเห็น และมืออุ่นๆ ของคนข้างๆ เรื่องเล่าที่ไม่รู้จบในความทรงจำของการเดินทางแสนพิเศษที่เต็มไปด้วยความสวยงามของสิ่งที่ได้เห็นได้ทำ และที่สำคัญที่สุดคือประสบการณ์ที่ได้รับร่วมกับคนพิเศษผู้ทำให้ความทรงจำช่างหอมหวานยากจะลืม
 
บรรยากาศอบอุ่นแห่งความรักของเดือนกุมภาพันธ์ยังอวลอบไปทั่ว เราเลยอาสาพาคุณไปยังสถานที่ในฝันอันสุดหรูทั่วโลก ทั้งปราสาทเก่าแก่ในสก็อตแลนด์ โรงแรมริมทะเลสาบท่ามกลางทิวเขาอันเขียวขจีในแคนาดา ที่พักอันตระการตาของผู้มั่งมีอันไกลโพ้นในแอฟริกา และรีสอร์ทที่ยิ่งกว่าคำว่าหรูหราและแสนส่วนตัวที่เกาะกูด
 
Cast(le) Away
วันวาเลนไทน์เป็นเพียง 24 ชั่วโมงที่คนเราบอกรักมากขึ้นอีกสักหน่อย แต่การให้เวลาแก่กันและกันและห่วงใยกันและกันต่างหากที่เป็นสูตรสำเร็จของความรักในทุกรูปแบบ ลองชวนคนพิเศษคนนั้นของคุณมาเปลี่ยนบรรยากาศอันคุ้นเคย แล้วเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของที่ราบสูงบริเวณไฮแลนด์ทางตะวันตกของประเทศสก็อตแลนด์กันดู เปรียบตัวคุณดั่งอาคันตุกะของท่านขุนในยุค ค.ศ. 1860 ที่โรงแรมปราสาทอันเก่าแก่ อินเวอร์โลชีย์ แคสเซิล โฮเต็ล (Inverlochy Castle Hotel) สถานที่พักอันมีชื่อเสียงและวิจิตรที่สุดแห่งหนึ่งในดินแดนสีเขียวแห่งสก็อตแลนด์
 
คฤหาสถ์ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในยุคศตวรรษที่ 19 รายล้อมไปด้วยป่าเขียวชุ่มชื้นและขุนเขาอันอุดมสมบูรณ์ ตั้งอยู่ระหว่างตีนเขาสีเขียวของป่า และมียอดเขาที่สูงที่สุดของเครือจักรภพ เบน เนวิส (Ben Nevis) เป็นฉากหลัง โดยมีทะเลสาบส่วนตัวไหลเชี่ยวอยู่เบื้องหน้า ทั้งยังเป็นสถานที่พักส่วนตัวของชนชั้นสูงมาช้านาน พระราชินีวิคตอเรียแห่งราชวงศ์อังกฤษยังเคยเสด็จมาพำนักในปี ค.ศ. 1873 ขนาดที่พระองค์ทรงตรัสว่า “Never saw a lovelier or more romantic spot.” หรือ “ฉันไม่เคยพบเห็นสถานที่ที่สวยงามและดูโรแมนติกเช่นนี้มาก่อน” 
 
นักเดินทางผู้ใฝ่ฝันถึงการอาศัยอยู่ในคฤหาสถ์อันโอ่โถงสวยหรูไม่เคยผิดหวังเมื่อได้มาเยือนปราสาทอันอบอุ่นแห่งนี้ ทั้งจากการตบแต่งภายในอันหรูหรามีรสนิยมแต่แลดูเชื้อเชิญ รวมไปถึงที่พักสุดเอ็กส์คลูซีฟพร้อมวิวป่าเขาและลำธารตระการตาสำหรับเพียง 17 ห้องนอน และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแบบโรงแรมห้าดาว อาหารรสเยี่ยมฝีมือเชฟระดับมิชลินสตาร์ และกิจกรรมเอาต์ดอร์นานับประเภทที่ทำให้การพักผ่อนท่ามหลางขุนเขาไม่มีเบื่อ จนได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองหลวงแห่งกิจกกรมกลางแจ้งแห่งเครือจักรภพเลยทีเดียว มาเล่นดวลลูกบิลเลียดกับคนสนิทที่ห้องบิลเลียด หรือจะชวนกันไปตกปลาในทะเลสาบส่วนตัวแบบที่คำกล่าวว่า “น้ำใสไหลเย็น เห็นตัวปลา” นั้นไม่ใช่คำกล่าวเกินเลยแต่อย่างใด เพราะสก็อตแลนด์คือดินแดนอุดมที่สุดแห่งหนึ่งสำหรับฝูงปลาแซลมอนที่ว่ายในน้ำเย็นบริสุทธ์ หรือปลาเทราท์ตัวเขื่องที่แหวกว่ายอยู่ในกระแสชล นักแสวงสุขที่มองหาอากาศบริสุทธิ์ให้สูดอย่างเต็มปอดจะได้พบนิยามแห่งความสุขสีเขียว เมืองหลวงแห่งกิจกรรมกลางแจ้งที่ว่านี้ยังรวมไปถึงพายเรือคายัค แคนู แล่นเรือใบ ตีเทนนิส ชมน้ำตก เดินเขา ปีนเขาเพื่อชมยอดเขาขาวโพลนของเบน เนวิสที่มีหิมะปกคลุม หรือจะหาอาหารของชาวสก็อตรับประทานในตัวเมืองใต้แสงเทียนกับคนรักที่มีร้านรวงให้เลือกมากมาย รวมไปถึงร้านค้าให้เดินช้อปปิ้งเพลินพร้อมราคาที่สามารถต่อรองได้อีกด้วย
 
Advice: หากคุณวางแผนเพื่อไปตกปลาโดยเฉพาะ ขอแนะให้เช็คช่วงฤดูตกปลากับทางโรงแรมก่อน
Stay: Inverlochy Castle Hotel  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.inverlochycastlehotel.com
 
 
Feels Like Home
ข้ามฝั่งมายังดินแดนอันอบอุ่นของโมร็อกโกกันบ้าง อัญมณีแห่งแอฟริกาแห่งนี้คือจุดหมายปลายทางอันแสนโปรดของใครหลายคน เช่นเดียวกับวินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกรัฐมนตรีคนสำคัญของอังกฤษ หรือไทรา แบงคส์ ซูเปอร์โมเดลคนเก่งที่ต่างก็หลงรักในตัวเมืองมาราเกช (Marrakech) ของโมร็อกโกที่เต็มไปด้วยสีสันและกลิ่นอายของวัฒนธรรมแอฟริกันผสมอาหรับและยุโรปตอนใต้ แต่หากคุณวางแผนจะชวนคนรักมาสวีทกันเพียงลำพัง เหมือนกับที่นักแสดงฮอลลีวูดเจ้าเสน่ห์ผู้รักความเป็นส่วนตัวอย่าง จอร์จ คลูนีย์ จูงมือแฟนสาวสุดเซ็กซี่มาพักผ่อนปรนเปรอกันและกัน หรือจะพ่อหนุ่มนักฟุตบอลสุดหล่ออย่าง เดวิด เบ็คแฮม ก็ควงแขนศรีภรรยาช่างเลือก วิคตอเรีย มาอิงแอบแนบชิดกันที่โรงแรมแสนหรู พาเล รูห์ล (Palais Rhoul) แห่งนี้มาแล้วเช่นกัน
 
โรงแรมสวยหรูบนพื้นที่ 12 เอเคอร์แห่งนี้แท้จริงแล้วคือ “บ้าน” ที่ได้รับการตกแต่งสไตล์เกรโคผสมโรมันของครอบครัวรูห์ล ครอบครัวแห่งกิจการร้านอาหารในปารีสมากมาย พวกเขาเปลี่ยนบ้านแสนสวยให้เป็นโรงแรมที่มีแต่ห้องสวีท 20 ห้อง รวมถึงสปาและสวนร่มรื่นที่มีเต็นท์สไตล์โมร็อกโกที่ทำจากผ้าไหมทั้งหมด และหากแขกผู้มาพักที่กระเป๋าหนักต้องการปรับห้องสวีทให้กลายเป็นบ้าน พาเล รูห์ล ก็สามารถเสกให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่มีปัญหา
 
ที่พักพิงระดับห้าดาวทางตะวันตกของแอฟริกาแห่งนี้แลดูโปร่งโล่งสบายตาจากเพดานที่สูงถึง 40 ฟุต พร้อมความวิจิตรงดงามด้วยเฟอร์นิเจอร์โบราณชิ้นดีมากมาย จุดที่เด่นน่าจดจำที่สุดคือสระว่ายน้ำทรงกลมที่รายล้อมด้วยลานประดับต้นไม้สีเขียวที่ย้อยตัวลงมาให้ร่มเงาและเพิ่มเงาสะท้อนในน้ำให้แลดูมีมิติงดงามจนอยากกระโดดลงไปคลายร้อน หากคุณอยากเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวขึ้นไปอีก ที่นี่ยังมีวีไอพีวิลเลจ ห้องพักในรูปแบบเต็นท์ของชาวแอฟริกัน ที่มาพร้อมกับสปาส่วนตัว และ “แฮมแมม (hammam)” ห้องอาบน้ำและซาวน่าอันโอ่อ่าสไตล์เตอร์กิชแบบไม่ต้องแบ่งปันกับใคร
 
มาเรียกเหงื่อประลองดวลลูกสักหลาดกันสักตั้งที่สนามเทนนิส หรือจะแนบชิดกันที่มุมสงบในห้องอ่านหนังสือ หรือจะชิลทีห้องสูบซิการ์ที่มีซิการ์ชั้นยอดให้เลือกหลากหลายประเภท หรือถ้าอยากปรับระดับความตื่นเต้นขึ้นอีกนิด จะมานั่งชมวิวดูเมืองแบบ 360 องศาบนเครื่องบินส่วนตัวของโรงแรมก็ได้ไม่ว่ากัน
 
Stay: Le Palais Rhoul & Spa อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.palais-rhoul.com
 
 
Let’s Stay Hidden
ท่ามกลางป่าหนาทึบ เทือกเขายาวเหยียด ทะเลสาบที่มีน้ำสีเขียวใสประดุจมรกตแสนสวย ใครกันเล่าจะไปคาดคิดว่ายังมีอีกดินแดนที่เราเรียกว่า “สรวงสวรรค์” ซึ่งธรรมชาติได้แอบซุกซ่อนเอาไว้นานแสนนาน...ดินแดนที่สีฟ้าของท้องนภา สีมรกตของทะเลสาบ ผสมผสานกลมกลืนกันอย่างน่าทึ่งชวนมองเคล้ากับสีเขียวขจีของผืนป่าและเทือกเขาร็อคกี้ (Rocky Mountains) ขาวโพลนที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่เบื้องหน้าที่ทะเลสาบหลุยส์ (Lake Louise) แห่งมลรัฐอัลเบอร์ต้า (Alberta) สถานที่อันมีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของอเมริกาเหนือ
 
ทะเลสาบแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนชื่อจาก ทะเลสาบสีมรกต ซึ่งเรียกตามความสวยงามที่เห็น มาเป็น เลค หลุยส์ เพื่อถวายเป็นพระเกียรติแด่เจ้าหญิงหลุยส์ (Princess Louise) พระธิดาแห่งพระราชินีวิคตอเรียแห่งราชวงศ์อังกฤษ ปัจจุบันเลค หลุยส์ กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีท่าเรือสวยงามเป็นอันดับต้นๆ ของโลกก็ว่าได้ สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff National Park) ซึ่งเป็นเขตคุ้มครองมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้ (UNESCO) บริเวณริมทะเลสาบมีหมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งภายในมีศูนย์การค้าขนาดเล็ก และยังเป็นที่ตั้งของ เดอะ แฟร์มองต์ ชาโต เลค หลุยส์ (The Fairmont Chateau Lake Louise) รีสอร์ทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของดินแดนแห่งน้ำตาลเมเปิ้ล
 
เดอะ แฟร์มองต์ ชาโต เลค หลุยส์ นั้นตั้งอยู่ในใจกลางอุทยานแห่งชาติบานฟ์ บนฝั่งทางตะวันออกของ เลค หลุยส์ ห่างจากสนามบินนานาชาติคาลการี (Calgary International Airport) เพียง 2 ชั่วโมง ที่คุณกับสุดที่รักจะได้ชมทิวทัศน์ของทะเลสาบในมุมที่สวยจนคุณลืมหายใจ ได้สัมผัสวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบเลค หลุยส์ที่มีความสวยงามและเงียบสงบอย่างเต็มตา อัญมณีสีมรกตแห่งนี้ถือเป็นสถานที่พักตากอากาศของนักเดินทางผู้มั่งมีมาตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ในยุคที่การเดินทางทางอากาศยังมาไม่ถึง ผู้คนจะแต่งตัวกันอย่างงามสง่าขึ้นรถไฟแล้วเดินทางต่อมาเพื่อยลโฉมและสูดอากาศพิสุทธิ์แห่งขุนเขาและรับลมเย็นๆ จากทะเลสาบแสนสวยแห่งนี้ โรงแรมที่โอบกอดไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ขนาดนี้ เดอะแฟร์มองต์ ชาโตยังขึ้นชื่อเรื่องใส่ใจในสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกด้วย
 
หากคุณพิมพ์ชื่อประเทศแคนาดาลงบนกูเกิ้ล คุณจะได้พบหนึ่งในภาพสถานที่ทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ปรากฎอยู่บนไปรษณียบัตรมากมาย หรือใครที่เคยชมซีรีส์ดังเรื่อง “เดอะ แบชเลอร์ (The Bachelor)” อาจคุ้นเคยกับฉากหลังงามๆ ของเลค หลุยส์เป็นอย่างดีเช่นกัน แต่หากคุณอยากรู้จักทะเลสาบเลคหลุยส์ให้มากขึ้นอีกนิด เราขอแนะนำให้ออกไปสำรวจเจ้าหญิงแสนสวยดังที่สถานที่แห่งนี้ถูกตั้งชื่อตามในอดีต มาปีนเขาลัดเลาะไปตามแนวทะเลสาบสีเขียว ใกล้ชิดกับธรรมชาติรอบๆ ทะเลสาบ ชมความงดงามของอุทยานแห่งชาติบานฟ์ ซึ่งมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายให้คุณได้เที่ยวชม ไม่ว่าจะเป็น บรรดา ดอกไม้ป่า บ่อน้ำแร่ธรรมชาติ และธารน้ำแข็งที่สวยงาม หรือจะออกไปล่องเรือแคนูกับหวานใจให้ได้ดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติโอบกอดไปด้วยขุนคีรีอันงามงด ตลอดจนนั่งรถม้าถ่ายรูปวิวทิวทัศน์พลางแลกเปลี่ยนบทสนทนากันไป หรือจะลองตกปลา ขี่จักรยานภูเขา หรือนั่งอยู่ใต้เงาของภูเขาน้ำแข็งจิบไวน์แดงอุ่นๆ ชมวิวผ่านหน้าต่างบานใหญ่ภายในที่พักก็สุขใจไปอีกแบบ ในช่วงช่วงฤดูหนาวที่นี่จะเปลี่ยนเป็นดินแดนหิมะขาวโพลนให้คุณได้ทดลองกิจกรรมกลางแจ้งประเภทต่างๆ ในช่างฤดูหนาว ทั้งเล่นสกี ขับรถหิมะ สเก็ตน้ำแข็ง หรือนั่งลากเลื่อนหิมะชมวิวสุดแสนโรแมนติก
 
Advice: อย่าลืมหย่อนไปรษณียบัตรส่งภาพสวยๆ ไปอวดคนที่บ้านกันด้วย
Getting There: สนามบินนานาชาติคัลการีรองรับเส้นทางบินจากทั้งในแคนาดา สหรัฐอเมริกา อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย ยุโรปรวมถึงเอเชีย
Stay: The Fairmont Chateau Lake Louise อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.fairmont.com/lake-louise หรือ www.lifeatlakelouise.com
 
 
Forget It All…
เมื่อนึกถึงความหรูหรา ใครหลายคนอาจนึกถึงห้องเต้นรำอันโอ่โถง แชนดิเลียร์ระย้า ชุดราตรียาวกรุยกรายส่องประกายไปมาบนเรือนร่างของหญิงสาว กระทั่งรถสปอร์ตเงาวับราคาชวนตาโต แต่ความหรูหราที่ว่าสำหรับบางคนอาจเป็นเพียงการพักผ่อนเพียงไม่กี่อาทิตย์ที่ทำให้องค์ประกอบทั้งสองของทั้งเรือนร่างและจิตใจเห็นตรงกันว่า แสนสุข..ไร้ในความกังวลจากทุกสิ่งปวง
 
ปลายฟ้าที่เกาะกูด เกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไทยในจังหวัดตราดแห่งนี้มียังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่เก็บซ่อนตัวเองไว้อย่างมิดชิดจากโลกอันวุ่นวาย และเมื่อได้มาเยือนแล้วอาจเกิดคำถามกับตัวเองว่า “ฉันอยู่ที่ไหน นี่เมืองไทยหรือ” เพราะโซเนวา คิรี เกาะกูด (Soneva Kiri Resort, Residences & Spa) คือปลายทางที่หลายคู่รักใฝ่ฝันอยากจะมาเหยียบผืนทรายอุ่นๆ แสนนุ่ม นอนอ้อยอิ่งฟังเสียงนกและชมเมฆที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เหมือนกับแนวคิดปรัชญาเบื้องหลังของตัวสถานที่แสนสวย ‘’SLOW LIFE”  ที่ให้กำเนิดขึ้นโดยคุณโซนูและเอวาที่ตั้งใจให้ผู้ที่มาพักผ่อนได้ใช้ชีวิตในแบบที่ช้าลง ซึ่งย่อมาจาก Sustainable-Local-Organic-Wellness Learning-Inspiring-Fun-Experiences  หรือเป็นอยู่อย่างยั่งยืน ติดดิน เป็นธรรมชาติ สุขสมบูรณ์ กระตุ้นการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์แสนสนุก นั่นคือความหรูหราอย่างชาญฉลาดที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมา ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ยกระดับจิตวิญญาณซึ่งจะชุบใจรักใน การใช้ชีวิตที่ช้าลงสักหนึ่งก้าวของผู้มาพักแต่ละคน คล้ายกับเป็นการสร้างความสว่างไสวให้กับชีวิต ขณะเดียวกันก็รบกวนธรรมชาติอย่างน้อยที่สุด
 
ลองมาปรับเข็มนาฬิกาให้ตรงกับที่โซเนวา หรือ “Soneva Time” ที่เดินเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง  ให้บัตเลอร์ส่วนตัวหรือ มิสฟรายเดย์ (Miss Friday) ที่ได้แรงบันดาลใจของชื่อมาตัวละครในจากนวนิยายเก่าแก่อันโด่งดัง โรบินสัน ครูโซ (Robinson Crusoe) นำคุณสู่ “ห้องพัก” หรือวิลล่าขนาดใหญ่ที่สามารถเลือกวิวได้ทั้งเชิงเขา   วิวผา ชายหาด หรือหันหน้าสู่อ่าวไทย และยังมาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวขนาดใหญ่ และเครื่องเล่นสไลเดอร์ที่ทำให้คุณอยากนอนห้องพักชั้นสอง เพียงเพื่อที่จะลื่นตัวลงมาชั้นล่างเพื่อรับประทานอาหารเช้าอย่างแสนสนุก จังหวะชีวิตที่ชะลอลงของที่นี่ยังหมายถึงการเปิดรับโสตประสาทให้รับรู้และอยู่กับธรรมชาติให้มากขึ้น อย่าแปลกใจถ้าคุณจะเห็นผู้คนเดินไปมาโดยปราศจากรองเท้าตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่ เข้าใจจังหวะชีวิตท่ามกลางพืชพันธุ์ไม้ใหญ่เล็กที่คอยให้ร่มเงาตลอดทางเดิน รับรู้ความเรียบของพื้นไม้ ทั้งหลังภายในวิลล่า สัมผัสผืนดินเย็นๆ หรือเม็ดทรายละเอียดอุ่นๆ ที่อยู่ใต้เท้าเรากันบ้าง
 
นอกเหนือจากความสวยจนลืมหายใจแล้ว สวรรค์ที่ปลายฟ้าแห่งนี้ยังก่อสร้างทั้งหมดด้วยวัสดุจากธรรมชาติที่มีความยั่งยืนด้วยเทคนิคการก่อสร้างที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อปกป้องและอนุรักษ์ธรรมชาติและชุมชนที่อยู่โดยรอบ ใจรักษ์ในธรรมชาติยังไปถึงเรื่องของน้ำที่ใช้ดื่มรสอร่อยภายในรีสอร์ท ที่กลั่นกรองมาจากน้ำฝนบรรจุอยู่ในขวดแก้วเพื่อลดการใช้พลาสติก นำมาเพิ่มแร่ธาตุด้วยหินอัญมณีแร่รัตนชาติต่างๆ ด้วยความเชื่อที่ว่าโมเลกุลที่เปลี่ยนไปของน้ำจะช่วยให้ร่างกายซึ่งประกอบไปด้วยน้ำอยู่ถึง 70 เปอร์เซ็นต์ได้พักผ่อน เสริมเติมด้วยพลังงานด้านบวก ไม่ต่างกับที่เรานิยมสวมหินอัญมณีต่างๆ ตามความเชื่อที่ว่าจะสร้างพลังงานให้แก่กายและใจ  และรายได้จากการจำหน่ายน้ำดื่มจะถูกแบ่งเข้ากองทุนเพื่อการกุศลเพื่อจัดหาน้ำสะอาดสำหรับผู้คนกว่า 650,000 คนอีกด้วย
 
หากคุณทั่งคู่อิ่มหนำกับการเอกเขนกภายในวิลล่าที่พรั่งพร้อมไปด้วยห้องซาวน่า ห้องออกกำลังกาย  ห้องเก็บไวน์ หรืออ่างจากุซซีเอาต์ดอร์ ฯลฯ แล้ว มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยกีฬาทางน้ำที่แม้จะไม่เคยสัมผัส แต่อาจกลายเป็นกิจกรรมสุดโปรดเอาได้ทั้ง วินด์เซิร์ฟ พายเรือคายัค สกีน้ำ เวคบอร์ด และอีกหลากหลายประเภท หรือพาเที่ยวชมความงามของเกาะกูด พร้อมรับประทานอาหารเช้าแสนส่วนตัวท่ามเสียงนกน้อยและน้ำตกเย็นสดชื่น หากอยากแหวกว่ายในน้ำที่ใสแจ๋วราวกับคริสตัล ก็สามารถสอบถามมิสฟรายเดย์ส่วนตัวเพื่อขึ้นเรือเล็กส่วนตัวเฉพาะเรา ไปดำสน็อคเกิ้ลที่เกาะรังอุทยานทางทะเลซึ่งอยู่ไม่ไกล ชมปะการังและฝูงมัจฉาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายมาทักทายอยู่ใต้มหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์ แล้ว แวะพักปิกนิกรับประทานอาหารกลางวันที่จัดเตรียมโดยทางทีมเชฟคนเก่งของรีสอร์ทที่ชายหาดบนเกาะเล็กๆ ซึ่ง่ห่างออกไปไม่ไกล จิบไวน์โรเซ่สีชมพูพร้อมละเลียดบรรยากาศสีฟ้าครามแสนสุขเคียงข้างคนที่คุณรัก
 
เมื่อไม่มีช่องรายการโทรทัศน์ให้เปิดดู อะไรจะดีไปกว่าควงแขนกันออกไปชมภาพยนตร์กลางแจ้งที่ฉายอยู่ริมน้ำที่ซิเนม่า พาราดิสซิโอ (Cinema Paradisio) พร้อมจิบไวน์และเคี้ยวป๊อปคอร์นไปพลางท่ามกลางฟ้าเปิดสุดแสนจะโรแมนติก และเมื่ออากาศเป็นใจ ให้สองเท้าพาคุณไปยังหอดูดาว แล้วพิสูจน์ซิว่ามีกระต่ายบนดวงจันทร์จริงๆ หรือ
 
แล้วชีวิตเรียบๆ แต่เพียบพร้อมทุกสิ่งท่ามกลางสรวงสวรรค์อันส่วนตัวน้อยๆ กับธรรมชาติตระการตาของเกาะกูดอาจจะปรับองศาความคิด จุดประกายสิ่งใหม่ๆ ให้กับคุณ แล้วพบว่า นิยามใหม่ของคำว่า “หรูหรา” หาใช่เพชรระยิบระยับ หรือแชมเปญชั้นเลิศและเสื้อผ้าโอต์กูตูร์  เพราะท้ายสุดแล้วก็ไม่มีอะไรเทียบกับแดดอุ่น ดาวระยับฟ้า และรอยยิ้มที่เผยอยู่บนใบหน้าของคุณนั่นเอง
 
Advice: อย่าลืมแวะดินแดนแสนหวานสีน้ำตาลที่ห้องช็อคโกแลตที่เปิดต้อนรับให้แวะมาเพิ่มความหวานได้ตลอดวัน แถมยังมีไอศกรีมโฮมเมดให้เลือกกว่า 60 ชนิด!
Getting There: นั่งเครื่องบินเล็กส่วนตัวของทางรีสอร์ทประมาณ 1 ชั่วโมงจากสนามบินสุวรรณภูมิมาลงที่สนามบินส่วนตัวบนเกาะไม้สี แล้วนั่งเรือของทางรีสอร์ทมายังเกาะกูด
Stay: Soneva Kiri โทร. 0-2631-9666  หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.soneva.com/soneva-kiri
 
 
 
บริษัท ภัทร เอเชีย พับลิชชิ่ง จำกัด
402/4-7 ซ.ลาดพร้าว 94 ถ.ศรีวรา แขวง/เขต วังทองหลาง กทม. 10310
โทร. 66-2148-1005-9 โทรสาร. 66-2148-1010
 
 
ติดต่อ
ติดต่อสอบถาม | ติดต่อโฆษณา | สมัครสมาชิกนิตยสาร | ร่วมงานกับเรา
 
Copyright © 2017 www.hi-magazine.com All Rights Reserved.
ทำเว็บ  ออกแบบเว็บ  Web Design  เว็บสำเร็จรูป  เว็บไซต์สำเร็จรูป