Be Perfect Foundation “รากฐานแห่งความสมบูรณ์แบบ”
เรื่อง สัญชวัล ภาพ ทศพล
การผสมผสานระหว่างสองสิ่งที่มีคุณภาพ ผลลัพธ์ที่ได้มักเกินคาดเสมอ เช่นเดียวกับผู้หญิงเก่งคนนี้ ที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า เธอคือความสมบูรณ์แบบที่ลงตัว ในทุกๆ บทบาทหน้าที่

คุณบิ๋ง นันทมาลี ภิรมย์ภักดี...ผู้หญิงที่หลายคนมองว่าเธอคือ โลโก้ของ ลักซ์ชัวรี่ ซุปเปอร์คาร์ อย่างแบรนด์เฟอร์รารี่ คุณบิ๋ง คือ บุตรสาวคนเดียวของ คุณอภินันท์ ปวนะฤทธิ์ และม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์ เป็นภรรยาสุดที่รักของ คุณวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี เป็นคุณแม่ที่น่ารักของลูกๆ หรือในฐานะกรรมการผู้จัดการบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด ผู้นำเข้า และซ่อมบำรุงเฟอร์รารี่ประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว และรองกรรมการผู้จัดการบริษัทคอนแทงโก จำกัด บริษัทออแกร์ไนซ์ชื่อดัง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของร้านอาหารยามาโกย่า ย่านสุขุมวิทอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะในฐานะอะไร ทุกคนที่รู้จักเธอต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เธอคือผู้หญิงที่เราปฏิเสธความสมบูรณ์แบบได้ยาก เนื่องจากความสามารถรอบด้านที่มีอยู่ในตัว ทำให้วันนี้เราต้องมาขอเปิดประสบการณ์ในชีวิตที่สมบูรณ์แบบจากปากของเธอ ผ่าน 26 ตัวอักษร 26 ประสบการณ์เหล่านี้
A. APPLE
บิ๋งใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple ค่อนข้างเยอะค่ะ ทั้งคอมพิวเตอร์ ไอแพด ไอโฟน และอีกไม่นานนี้อาจจะเป็น MacbookAir ถือว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้เลยก็ว่าได้ด้วยแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของเขา และถ้าวันไหนขาด iPhone ไป จะรู้สึกอึดอัดมาก เพราะมันช่วยทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกอย่าง ทั้งในชีวิตส่วนตัว และการทำงาน บิ๋งเป็นคนที่ค่อนข้างใช้ Social Network เยอะ บางครั้งก็แอบโปรโมทงานลงไปนิดๆ เช่นใน Instagram เราก็แอบลงรูปลูกๆ รูปเฟอร์รารี่ หรือรูปทริปต่างประเทศที่เราไปมาลง เพื่อให้แฟนๆ หรือเพื่อนๆ ได้ชื่นชมกับสิ่งที่น่าสนใจเหล่านี้ และด้วยแบรนด์ Apple เอง เขาทำออกมาได้เพอร์เฟ็กค่ะ หน้าจอใหญ่ ภาพชัด ใช้ง่าย บิ๋งใช้ไอโฟนตั้งแต่รุ่นแรก และเปลี่ยนมาเรื่อยๆ ถ้ามีออกรุ่นใหม่มาอีกก็จะยังคงตามใช้ต่อไปค่ะ
B. BING/ BEAM
ชื่อ “บิ๋ง” มีที่มาจากชื่อคุณพ่อ คุณอภินันท์ ปวนะฤทธิ์ ชื่อเล่นว่า “ใหญ่” ค่ะ และตอนแรกคุณแม่คิดว่าจะได้ลูกผู้ชาย เพราะสมัยก่อนไม่มีการอัลตร้าซาวด์ ทุกคนคิดว่าต้องได้ลูกผู้ชายแน่ เลยจะตั้งชื่อลูกว่า “บิ๊ก” เพราะคุณพ่อชื่อใหญ่ แต่ปรากฏว่าออกมาเป็นลูกผู้หญิง และคุณแม่  ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์ ชื่อเล่นว่า “หญิง” เลยผสมกันออกมาเป็น “บิ๋ง” อาจจะเรียกยาก และไม่มีคำแปล แต่ว่าตอนนี้ชื่อนี้ก็เริ่มดังขึ้น เพราะ Search Engine ก็มีคำว่า Bing เหมือนกัน  ส่วน  BEAM คือชื่อลูกสาว ด.ญ.วรณัน ภิรมย์ภักดี เรามีลูกแฝดชายหญิงค่ะ ผู้ชายชื่อ Jem ให้คล้ายกับชื่อคุณพ่อเขาคือ คุณจ๊ะ คุณวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ส่วนที่ลูกสาวให้ชื่อ บีม เพราะมีตัว B เหมือนชื่อบิ๋ง และก็อยากให้ชื่อลูกมีความหมายหน่อย พอไปเซิรชดูก็เจอว่าหมายถึง แสงพระจันทร์ ซึ่งเป็นแสงที่นวลสวยดี ก็น่าจะเป็นชื่อที่เหมาะสมกับลูกสาวค่ะ
C. CAVALLINO MOTORS
บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด เริ่มเปิดมาตั้งแต่ปี 2009 เป็นการร่วมทุนระหว่างคุณวุฒา ภิรมย์ภักดี และคุณ เฉลิม อยู่วิทยา บังเอิญว่าโปรเจกนี้ คุณจ๊ะ และบิ๋งมีโอกาสได้ไปทานข้าวกับคุณเฉลิม อยู่วิทยา และคุณจ๊ะเองที่มีความหลงใหลในตัวเฟอร์รารี่อยู่แล้วพอได้ทราบข่าวว่าทางผู้ใหญ่กำลังจะนำเข้าแบรนด์นี้เข้ามา เลยมีการพูดคุยกันจนผู้ใหญ่ให้โอกาสเข้ามาบริหารงาน ซึ่งบริษัทนี้ได้เป็นผู้นำเข้าและซ่อมบำรุงรถเฟอร์รารี่ประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ส่วนบิ๋งได้รับโอกาสจากทางผู้ใหญ่ ให้มาเป็นกรรมการผู้จัดการ เข้ามาดูแลตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ดูตั้งแต่พื้นที่ยังเป็นดิน เข้าไปติดต่อกับเมืองนอก  คัดเลือกพนักงานตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งบิ๋งถือว่าบริษัทนี้เป็นความภูมิใจของครอบครัว และเป็นความภูมิใจกับตัวบิ๋งเองที่ได้นำเฟอร์รารี่อย่างเต็มรูปแบบมาสู่เมืองไทยค่ะ
D. DAD
บิ๋งเป็นลูกคนเดียว และค่อนข้างใกล้ชิดกับคุณพ่อค่ะ ซึ่งคุณพ่อ (คุณอภินันท์ ปวนะฤทธิ์) ทำงานอยู่ในวงการกระทรวงต่างประเทศ ทำให้บิ๋งมีโอกาสได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อยตั้งแต่เล็ก 2 ขวบ ก็ได้ไปญี่ปุ่น พอ 9 ขวบ ได้ไปนิวยอร์ก เหมือนได้เปิดโลกให้ตัวเอง ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างตั้งแต่เด็กเพราะคุณพ่อ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นึกถึงท่าน คือท่านไม่เคยห่างกายบิ๋งตั้งแต่เด็กจนเรียนจบมหาวิทยาลัย เป็นคนไปรับไปส่งเองทุกที่ ทุกครั้ง ซึ่งต้องชื่นชมท่านค่ะ เพราะพอได้มีโอกาสมาเป็นแม่เอง ยังไม่ค่อยมีโอกาสไปส่งลูกเองเหมือนที่คุณพ่อทำให้บิ๋งเลย แต่หลังจากแต่งงานไปคุณพ่อท่านก็ค่อยถอยออกมาค่ะ แต่ถ้าตอนไปเรียนต่างประเทศหลังจากแต่งงานแล้ว คุณพ่อก็ยังคอยโทรศัพท์หาตลอด การบ้านท่านก็ช่วยเหลือตลอด เป็นที่ปรึกษาทุกเรื่องจนถึงเรื่องงาน ท่านเปรียบเสมือนทุกอย่างของบิ๋งค่ะ และถือว่าเป็นพ่อลูกที่มีความผูกพันกันมากคู่หนึ่ง
E. EXCLUSIVE
ด้วยเนื้องานที่บิ๋งทำมาตลอด ทำให้ต้องนึกถึงคำนี้ค่ะ สมมติเรามีแบรนด์ที่ไม่ได้ขายตลาด Mass แต่เป็นแบรนด์ที่มีความพิเศษเฉพาะ มันก็ดูเป็นการเพิ่มคุณค่า อย่างเฟอร์รารี่ ก็เป็นแบรนด์ที่เอ็กซ์คลูซีฟ เพราะผลิตน้อย ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีได้สำหรับรุ่นลิมิเตทเอดิชั่น ซึ่งทุกอย่างของเฟอร์รารี่เขาจะมีความเอ็กซ์คลูซีฟอยู่ในตัว การจัดงานที่ต่างประเทศก็จะมีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมงาน มันทำให้รู้สึกว่าเราคือคนพิเศษของแบรนด์พิเศษนี้ แม้แต่ในชีวิตประจำวันบิ๋งก็ชอบคำนี้ เพราะการที่เราได้ไปเป็นลูกค้าของแบรนด์อื่น แล้วเขาเทคแคร์เราแบบเอ็กซ์คลูซีฟ หรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาน้อยชิ้น แต่เรามีไว้ในครอบครองมันก็เป็นความเอ็กซ์คลูซีฟที่ทำให้เรารู้สึกดี รู้สึกภูมิใจ และทำให้เราเห็นคุณค่าในของสิ่งนั้น หรือจดจำความรู้สึกนั้นๆ ได้อย่างดี แต่ถ้าเป็นอะไรที่ทุกคนก็มีได้ มันอาจทำให้เราทิ้งๆ ขว้างๆ ของสิ่งนั้น และไม่จดจำมัน สุดท้ายก็ลืมค่ะ
F. FERRARI
เฟอร์รารี่ เป็นเหมือนผู้นำของความเป็นลักซ์ชัวรี่ ซุปเปอร์คาร์ แต่ถ้าเป็นคำว่า ซุปเปอร์คาร์ เฉยๆ อาจจะเป็นแค่รถที่มีไว้ขับฉาบฉวย แต่สำหรับเฟอร์รารี่ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเขาคือรถตำนานที่สามารถใช้ได้ทุกวัน และมีหลายรุ่น บางคนงงว่าทำไมถึงมีหลายแบบ ซึ่งเมื่อไม่นานนี้เพิ่งมีการจัดงานเพื่ออธิบายว่าเฟอร์รารี่ไม่ได้เป็นแค่รถที่ไว้ขับฉาบฉวย แต่เป็นลักซ์ชัวรี่คาร์ที่สามารถขับได้ทุกวัน อย่างรุ่นแคลิฟอร์เนีย ก็เป็นเครื่องวางหน้า และสามารถเก็บของข้างหลังได้ หรือรุ่น FF ขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องวางหน้าเหมือนกัน แต่ที่สำคัญก็ยังคงความเป็น ซุปเปอร์คาร์อยู่ ไม่ว่าจะด้วยพลัง เรื่องเสียง หรือลุคของมันที่ถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอด ซึ่งตั้งแต่แรกที่บิ๋งได้เข้าไปเรียนเกี่ยวกับแบรนด์นี้ เป็นสิ่งที่บิ๋งจำไว้ตลอดว่า เราไม่ได้ขายรถนะ แต่เราขายฝัน เพราะเฟอร์รารี่คือรถยนต์ในฝันของหลายๆ คน อย่างลูกชายบิ๋งเขาก็จะมีรถเล็กเด็กเล่นอยู่หลายคัน แต่คันที่เขาชอบเล่นมากที่สุดคือ เฟอร์รารี่ และเขาก็สามารถจำได้หมดว่ารุ่นนี้ชื่ออะไร บิ๋งก็ภูมิใจที่ได้นำฝันของหลายๆ ท่าน เข้ามาสู่เมืองไทย และช่วยทำให้ฝันนั้นเป็นจริงค่ะ
G. GRANDFATHER/ GRANDMOTHER
เสด็จตาของบิ๋งคือ พระเจ้าวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ท่านทรงนิพนธ์ เพลงถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มหาราช  ถึง 28 เพลงจาก 48 เพลง พระราชนิพนธ์ มีทั้งเพลงฝรั่งและเพลงไทย เช่นเพลงแสงเทียน H.M Blues ท่านทรงนิพนธ์ คำร้องภาษาไทยและภาษาอังกฤษถวายและเป็นเพลงแรกของทั้ง 2 พระองค์และเสด็จตาทรงนิพนธ์เพลงของท่านเองที่โด่งดังหลายเพลงเช่น ฝากรัก, ขยี้ใจ และ รำวงชาวทะเล สิ่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของราชสกุล จักรพันธุ์ และการที่บิ๋งได้เกิดมาเป็นหลานเสด็จตาสิ่งนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างที่สุด และสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เป็นคนมีเมตตามาก รักลูกหลานและถามทุกข์ สุข แต่ละคนเรียนไปถึงไหน เป็นอย่างไรบ้าง ท่านจะมีความสุขมากที่เราได้มาท่านข้าวกันทุกเดือน เป็นการให้ญาติๆได้มาสนิทกันมากขึ้นค่ะ ส่วนคุณย่า ซึ่งเป็นคุณย่าฝั่งคุณพ่อของบิ๋งนะคะ คุณย่าศรีอุทัย ปวณะฤทธ์ ท่านเป็นผู้หญิงทำงาน อยู่ในอสังหาริมทรัพย์ ท่านก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเอง เป็นเหมือนนักธุรกิจหญิง ซึ่งจากที่บิ๋งได้ความเป็นนักธุรกิจมาจากทางคุณย่า เพราะเราเห็นท่านมาตลอด เลยมีคุณย่าเป็นต้นแบบในด้านการทำงานค่ะ และคุณย่าก็เป็นคนส่งเสียบิ๋งเรียนจนจบการศึกษา รถทุกคันคุณย่าก็เป็นคนซื้อให้ด้วยค่ะ
H. HAPPINESS
ชีวิตคนเรา ความสุขเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยยั่งยืน มีความสุขอยู่แค่ชั่วครู่ ความทุกข์ก็เข้ามาแทรกอีกแล้ว ช่วงหนึ่งของอายุบิ๋งมีโอกาสไปนั่งสมาธิอย่างจริงจังจนค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่สิ่งของ แต่มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ภายใน นั่นคือข้อดีที่สุดของการนั่งสมาธิค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะหาสิ่งของที่เราชื่นชอบมาเติมเต็มให้กับชีวิตได้มากเท่าไหร่ นั่นคือสิ่งของนอกกาย เป็นความสุขชั่วขณะ หามาได้ก็มีสุขแต่ทุกข์ก็รออยู่ทุกขณะเช่นกันเมื่อเวลาผ่านไป ต่างจากการที่เราสามารถสัมผัสความสุขภายในที่แท้จริงจากการนั่งสมาธิจนใจเรานิ่งได้ มันคือความสุขที่อิ่มเอมอยู่ภายในค่ะ แต่สำหรับบิ๋งช่วงที่จริงจังกับการนั่งสมาธิมากไป มันทำให้เราไปสัมผัสกับบางสิ่ง ช่วงหลังก็เลยหยุดนั่งสมาธิไปค่ะ และกลับมาสวดมนต์อย่างเดียว แต่ในอนาคตบิ๋งคิดว่าอาจจะกลับไปนั่งสมาธิอีกสักรอบเพื่อที่จะให้จิตใจได้กลับไปสัมผัสกับความสุขแท้นั้นอีกครั้งค่ะ
I. ITALY
อิตาลีคือบ้านหลังที่สองค่ะ เพราะมีโอกาสได้ไปตั้งแต่เด็ก บิ๋งเรียนที่อังกฤษ แต่เวลาไปเที่ยวก็จะไปเที่ยวที่อิตาลีกับครอบครัว ไปกับเพื่อน ไปมาหลายหนแล้วค่ะ และญาติฝั่งคุณแม่ กับญาติฝั่งคุณพ่อก็มีเชื้อสายอิตาลีด้วย และในชีวิตทำงาน สุดท้ายก็ต้องวนกลับมาที่อิตาลีอยู่ดี บิ๋งต้องไปบ่อยมาก อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อไปดูงานเกี่ยวกับเฟอร์รารี่ ล่าสุดได้ไปเสปน บิ๋งรู้สึกอึดอัดค่ะ แต่พอบินจากเสปนเสร็จต้องไปลงเครื่องที่อิตาลี พอลงเครื่องปุ๊บรู้สึกว่าเหมือนเราได้กลับบ้าน บิ๋งชอบประเทศเขาเพราะทุกอย่างมันสวย ดูธรรมชาติ อาหารก็อร่อย และคนที่นั่นเขาก็จะอารมณ์ดี มีความสุนทรีย์ เป็นศิลปินกันซะส่วนใหญ่ค่ะ
J. JEM/ JA
เจม คือชื่อลูกชาย บังเอิญว่าบิ๋งอยากตั้งชื่อให้คล้องกับคุณพ่อจ๊ะ ตั้งแต่รู้ว่าเป็นฝาแฝดชายหญิงเราก็เตรียมชื่อกันไว้เลยค่ะ  แต่ที่มาที่ไปของชื่อเจมมาจากตอนบิ๋งได้ฟังเพลงแล้วเพราะดี เราก็เปิดดูชื่อนักร้องว่าเขาชื่อ เจม และสะกดว่า JEM ซึ่งตอนนั้นเราก็กำลังหาชื่อลูกพอดี ก็เลยลองไปเปิดดิกชั่นนารีดูว่ามีความหมายหรือเปล่า และก็ดูเหมือนว่ามันจะเป็นคำสแลง ที่แปลว่าคนที่เป็นสุภาพบุรุษ บิ๋งเลยรู้สึกว่า เหมาะกับลูกชายเรา ซึ่งสะกดแปลกไม่เหมือนใครด้วยค่ะ
K. KING OF THAILAND
สิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตบิ๋งคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานน้ำสังข์ให้บิ๋งและคุณจ๊ะตอนที่แต่งงาน เมื่อปี 1997 ค่ะ ตอนนั้นได้เขียนจดหมายเข้าไปในวัง ท่านทรงเลือกวันที่จะพระราชทานน้ำสังข์ให้เอง คือเดือนสิงหาคม และวันนั้นเรียกได้ว่าเป็นวันที่บิ๋งมีความสุขมากที่สุดในชีวิต เพราะเราได้เข้าเฝ้า ได้รับพระราชทานน้ำสังข์ ท่านให้พรยาวมากค่ะ แต่สิ่งที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้คือ “ถ้าคนหนึ่งร้อน ให้คนหนึ่งเย็น และถ้าในวันข้างหน้ามีปัญหาก็ขอให้จดจำถึงวันนี้” เพราะในวันที่เรามีปัญหาเรามักจะลืมวันที่เคยมีความสุขด้วยกัน จากวันนั้นจนถึงวันนี้บิ๋งแต่งงานมา 15 ปี แล้ว และเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับชีวิตคู่ที่จะต้องเจออุปสรรค ปัญหาต่างๆ แต่ทุกครั้งก็จะย้อนกลับไปนึกถึงพรที่ท่านประทานมาให้เสมอ และจะเป็นสิ่งที่เราจะจดจำไปตลอดชีวิตค่ะ
L. LOVE
พูดถึงความรักระหว่างบิ๋งกับคุณจ๊ะค่ะ เราเป็นแฟนกันตั้งแต่อายุ 16 ปี นับถึงปัจจุบันนี้ก็ 23 ปีแล้ว ซึ่งบิ๋งคิดว่าการที่เราสามารถคบหาจนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้ยาวนานขนาดนี้ สิ่งสำคัญคือความรัก ความเข้าใจ ความให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่นอกจากความรักที่เรามีให้กับชีวิตคู่แล้วนั้น ยังมีความรักที่เรามีให้กับพ่อแม่ ให้ลูก ให้เพื่อน แต่สุดท้ายแล้วเราก็ควรที่จะรักตัวเองก่อน ก่อนที่จะรักคนอื่นได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่บิ๋งเอาไว้สอนลูกๆ เสมอ ว่าในอนาคตไม่ว่าจะเจออุปสรรค หรือปัญหาอะไร เราต้องรักตัวเองก่อน ต่อจะให้เรารักใครมากแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่รักตัวเอง เราก็คงไม่สามารถไปรักคนอื่นจริงๆ ได้
M. MOTHER
คุณแม่คือ ม.ร.ว. มาลินี จักรพันธุ์ ท่านเลี้ยงลูกเหมือนเพื่อนค่ะ ซึ่งการเลี้ยงลูกแบบเพื่อนก็อาจจะมีข้อเสียตรงที่ลูกไม่ค่อยมีความเกรงใจค่ะ แต่ข้อดีคือ บิ๋งสามารถคุยกับคุณแม่ได้ทุกเรื่อง ซึ่งตรงนี้ก็เป็นส่วนสำคัญเหมือนกันนะคะ เพราะว่าถ้าเรามีความเกรงกลัวไม่กล้าพูดไม่กล้าปรึกษา มันก็จะเกิดระยะห่างระหว่างแม่ลูก และพอมาเป็นแม่เอง บิ๋งก็ค่อนข้างเลี้ยงลูกแบบใจดีหน่อยค่ะ ลูกอาจจะไม่ค่อยเกรงใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นคุณจ๊ะ เขาก็จะมีความสุขุมนิดหน่อย ทำให้ลูกๆ เกรงใจ และสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่คุณแม่สอนบิ๋งเสมอคือ ต้องมีเพื่อนเยอะๆ เพราะบิ๋งไม่มีพี่น้อง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบิ๋งมาก เพราะบิ๋งมีเพื่อนเยอะตั้งแต่เด็ก นี่ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีอีกอย่างที่คุณแม่มอบให้ และคุณแม่ก็เป็นคนที่มีความคิดสมัยใหม่ เขาก็จะเข้าข้างคุณจ๊ะตลอด ซึ่งก็แปลกนะคะ เพราะไม่ค่อยมีแม่ยายเข้าข้างลูกเขย คือถ้าลูกผิดเขาก็ว่า ไม่ใช่รักลูกจนไม่เห็นความผิดค่ะ และท่านก็เป็นคนอารมณ์ดี มีความสุนทรีย์มาก และเป็นสีสันของปาร์ตี้เสมอค่ะ
N. NEW
การที่เราชอบทำอะไรเดิมๆ เรียนรู้สิ่งเดิมๆ ไปสถานที่เดิมๆ มันเป็นเรื่องจำเจค่ะ แต่การที่เราได้ไปเปิดโลกใหม่ ทานอาหารร้านใหม่ หรือการไปท่องเที่ยวประเทศที่ไม่เคยไป ก็ช่วยให้ไอเดียของเรากว้างขึ้น อย่างบิ๋งเคยอยู่อังกฤษมานาน และ ไปอยู่อเมริกาอีกหลายปี หรือการไปทำงานที่อิตาลีบ่อยๆ ทำให้ในแต่ละปี เราพยายามมองหาสถานที่ใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเห็น ไม่เคยไป เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับชีวิต เพราะคนเราเกิดมาครั้งเดียว เราใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง หรือเราเห็นโลกพอหรือยัง
O. OPPORTUNITY
โอกาส คำนี้บางครั้งต้องขึ้นอยู่กับโชคชะตาและดวงของแต่ละคนด้วย เพราะบางครั้งเราวางแผนชีวิตว่าจะต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ แต่จู่ๆ อาจจะมีโอกาสแทรกเข้ามาโดยที่เราไม่ตั้งตัวก็ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องทำตัวเองให้พร้อมเสมอ เมื่อโอกาสผ่านเข้ามาเราจะได้สามารถคว้ามันไว้ได้ทัน
P. PASSION
ความหลงใหลในสิ่งต่างๆ โดยเฉพาะกับเรื่องงาน ถ้าเรามีความรัก และหลงใหลในตัวงานจริงๆ นั้น มันจะทำให้เราทำงานชิ้นนั้นออกมาได้ดี และมีคุณภาพ เพราะถ้าคนที่ทำงานไปวันๆ หวังแต่เงินเดือนอย่างเดียว มันก็เหมือนกับ มาทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม งานก็ออกมาไม่มีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเรารักและหลงใหลในสิ่งใด บิ๋งเชื่อว่าเราจะทำมันได้ดีมากค่ะ
Q. QUEEN
สมเด็จพระราชินีฯ เปรียบเสมือนความเป็นแม่ของคนไทยทั้งประเทศ ท่านทรงงานแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ ในหลายๆ เรื่อง ทำให้เป็นต้นแบบที่ดีของผู้หญิงไทย ว่าสามารถทำในสิ่งที่ผู้ชายทำได้เหมือนกัน และจากประสบการณ์ในแต่ละประเทศที่บิ๋งไปเรียน เขาไม่ค่อยเปิดโอกาสให้กับผู้หญิงเข้าไปมีบทบาทในสังคมมากนัก ต่างจากประเทศไทยมาก ที่ยกให้ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญในชีวิตครอบครัวผู้หญิงสามารถทำงาน และทำบทบาทอื่นๆ ได้เช่นเดียวกับผู้ชาย และสังคมไทยก็ให้ความสำคัญกับผู้หญิงมาก โดยเฉพาะกับความเป็นแม่ค่ะ
R. RESPECT
คำนี้ค่อนข้างสำคัญ เหมือนเป็นการให้เกียรติ และเคารพคนๆ หนึ่งไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม และสำคัญทั้งในแง่ของการบริหารชีวิต แม้กระทั่งความเป็นสามี ภรรยา เราก็ต้องมีการให้เกียรติกัน หรือการที่เรามีลูกน้อง เราก็ต้องเคารพและให้เกียรติในสิทธิของเขา แม้แต่สิทธิของลูกก็ตาม ถ้าเรามีตรงนี้ให้กันและกันบิ๋งคิดว่าประเทศก็จะดีขึ้นค่ะ
S. SOCIAL
การเข้าสังคมเป็นเรื่องสำคัญเหมือนกันนะคะ เช่นการที่มีคนเชิญเราไปร่วมงาน ซึ่งบางงานมีการเชิญแขกรับเชิญพิเศษมาจากต่างประเทศ ก็ทำให้เราได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ และการที่ได้ออกไปพบปะสังสรรค์ผู้คน ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ เราก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดไปด้วย บางครั้งอาจจะเจอคนที่เราไม่คิดว่าจะได้เจอ มันก็เป็นการสร้างคอนเนคชั่นต่อไปได้ แม้ว่าชีวิตบิ๋งค่อนข้างยุ่ง ทั้งเรื่องงาน และเรื่องลูก แต่ก็ต้องแบ่งเวลาไปร่วมงานบ้างค่ะ เพราะในทางกลับกัน ถ้าบิ๋งเป็นคนจัดงาน บิ๋งก็อยากให้มีคนมาร่วมงานบิ๋งนะคะ เราได้แชร์สิ่งดีๆ ให้กัน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีค่ะ แม้ว่าการที่มากคนอาจจะมากความไปบ้าง แต่ถ้าเรารู้จักวางตัวบิ๋งเชื่อว่าเราก็จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขค่ะ
T. TWIN
ถือว่าบิ๋งเป็นคนโชคดีมากที่ได้ลูกแฝด อาจจะเป็นเพราะบุญกุศลที่สร้างมา เพราะว่าตั้งใจจะมีลูก 2 คนอยู่แล้ว และอยากมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายพอดี ซึ่งบิ๋งไม่ได้ทำกิฟท์ด้วยนะคะ ปล่อยธรรมชาติ รู้สึกว่าเป็นเหมือนฟ้าบันดาลมาให้เพราะท้องหนแรกก็ได้ลูกแฝดเลยค่ะ แต่ในขณะเดียวกันการมีลูกแฝดก็อาจจะเหนื่อยกว่าหน่อย เพราะทุกอย่างจะเพิ่มเป็นสองเท่า มีอะไรลูกๆ ก็อาจจะแย่งกัน เพราะเขาอายุเท่ากัน แต่มันก็เป็นความน่ารักของเด็ก บิ๋งคิดว่าถ้าโตไปลูกๆ คงคิดว่าเขาโชคดีที่ได้เกิดมาพร้อมกัน เพราะมีพี่น้องที่อายุเท่ากัน สามารถคุย หรือปรึกษากันได้ค่ะ
U. U.S.A
เป็นความหลังสมัยที่คุณพ่อไปประจำอยู่ที่นั่นค่ะ เพราะท่านไปทำงานอยู่ในสถานทูตที่นิวยอร์ก บิ๋งก็มีโอกาสได้ไปตอน 9 ขวบ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้แม้แต่คำเดียว และที่บ้านก็พูดแต่ภาษาไทย ซึ่งคุณแม่บอกว่าต้องมีเพื่อนนะลูก บิ๋งก็จะมีแต่เพื่อนฝรั่งแถวๆ นั้นค่ะ แล้วอยู่ดีๆ เราก็พูดภาอังกฤษได้เอง อาจจะเพราะได้อยู่แต่ในแวดล้อมที่เป็นฝรั่ง ไม่ว่าจะเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนที่โรงเรียน พอเราพูดผิดเขาก็จะช่วยแก้แกรมม่าให้เราทันที แล้วพอเรียนปริญญาโทบิ๋งก็ได้กลับไปที่อเมริกาอีก ทำให้ค่อนข้างจะเป็นความหลังที่ดี และบิ๋งรู้สึกว่าเป็นประเทศที่มีวิสัยทัศน์ที่ค่อนข้างโมเดิร์น เหมาะกับคนที่อยากจะไปเรียนเพื่อมาทำธุรกิจของตัวเองค่ะ
V. VAN
รถตู้เป็นรถที่ใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ หลายคนมักเข้าใจว่าบิ๋งต้องขับเฟอร์รารี่ทุกวัน แต่เฟอร์รารี่เป็นงานค่ะ แค่อาจจะโชคดีที่เวลามีรุ่นใหม่ออกมาเราจะต้องไปเรียนขับ หรือขับมาโชว์ลูกค้าต่างๆ แต่ชีวิตประจำวันของบิ๋งและลูก เกิดขึ้นในรถตู้ค่ะ เราสามารถขนเสื้อผ้าได้หลายชุดเวลาไปไหน ดูทีวีได้ ลูกๆ นั่งไปโรงเรียนก็ดูการ์ตูนกันไปค่ะ ที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยที่รถตู้ดูจะปลอดภัยมากกว่า ก็เลยเลือกรถตู้เป็นพาหนะหลักในชีวิตประจำวัน และเวลานั่งตอนรถติดเราก็ไม่รู้สึกอึดอัดเหมือนเวลานั่งในรถเก๋งค่ะ
W. WESTONBIRT SCHOOL
เป็นโรงเรียนที่อังกฤษค่ะ เป็นโรงเรียนแรกที่บิ๋งโดนส่งไปเรียนตอนอายุ 14 ปี ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วน ไม่มีผู้ชายในโรงเรียนเลย ก็งงมากเหมือนกันค่ะช่วงแรก แต่ก็สนุกดีค่ะเพราะเราค่อนข้างจะสนิทกับเพื่อน และเขาก็จะมีการจัดเวรกันทำความสะอาด ล้างห้องน้ำด้วยค่ะ ซึ่งจากที่เราไม่เคยต้องทำ พอไปอยู่โรงเรียนนี้เราก็ทำเองเป็นทุกอย่าง ทำให้เราได้รู้ว่าเราควรต้องมีการจัดการยังไง แบ่งเวลาทำการบ้าน ต้องบริหารเงินที่คุณพ่อให้มา พอตอนที่กลับไปเรียนปริญญาโทที่บอสตัน บิ๋งก็ยังเลือกโรงเรียนหญิงล้วนอยู่นะคะ เป็นโรงเรียนที่สมเด็จย่าเคยไปเรียนอยู่ที่นั่นค่ะ ซึ่งเขาก็จะมีมุมมองที่ดีว่าผู้หญิงก็สามารถทำทุกอย่างได้เหมือนกัน ในการที่จะขึ้นไปเป็นผู้บริหารสูงสุด ในระบบผู้หญิงเขาก็ค่อนข้างให้กำลังใจกันค่ะ เรียนอยู่ได้ไม่นานก็ย้าย เพราะบิ๋งจะเป็นคนที่ชอบแข่งขันนิดหน่อย ถ้าเรียนกับผู้ชายเราจะได้ท้าทายมากขึ้น แต่ถ้าเรียนกับผู้หญิงเขาก็จะคอยช่วยเหลือกัน ตรงนี้เองที่อาจจะทำให้บิ๋งทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะงานที่ทำอยู่ต้องอยู่กับผู้ชายวะส่วนใหญ่ค่ะ
X. EXCITEMENT
พอเราได้ทำอะไรใหม่ๆ เราก็จะรู้สึกตื่นเต้น ยกตัวอย่างทริปที่ไปกับเฟอร์รารี่ซึ่งทริปนั้นมีรถเฟอร์รารี่มารวมตัวกัน 120 คัน ตอนจัดงานที่เมืองไทยเขามารวมตัวกัน 30 คันก็ตื่นเต้นแล้วนะคะ ไปเจอ 120 คัน ยิ่งตื่นเต้นหนักเลยค่ะ เราได้มีโอกาสไปแชร์ประสบการณ์กับอภิมหาเศรษฐีจากรอบโลกที่บินมาขับเฟอร์รารี่ไปพร้อมกัน ก็รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ หรือการที่ได้ไปเที่ยวเมืองใหม่ๆ ในต่างประเทศ มันก็เป็นการสร้างสีสันให้ชีวิตเราอีกทางหนึ่ง อาจจะไม่ต้องไปเที่ยวต่างประเทศก็ได้ แต่การซื้อชุดใหม่ ตัดผมใหม่ เปลี่ยนลุคใหม่ ก็สร้างความตื่นเต้นให้ชีวิตได้แล้วค่ะ
Y. YAMAGOYA
บังเอิญว่าคุณจ๊ะเขามีความฝันอยากเปิดร้านอาหาร เราเลยมาเปิดร้านยามาโกย่า ซึ่งเป็นธุรกิจเฟรนไชส์ราเมนญี่ปุ่น ตอนนี้ร้านตั้งอยู่ที่ 24thอเวนิว สุขุมวิท 24 ค่ะ เป็นแหล่งของคนญี่ปุ่น ลูกค้าของเราก็เป็นญี่ปุ่นเกือบ 100%  ซึ่งก็เป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ปรากฏว่าบริหารยากกว่าธุรกิจใหญ่ๆ อีกค่ะ เพราะเป็นธุรกิจร้านอาหารที่ต้องเน้นปริมาณการขายเยอะ มันก็เป็นการท้าทายในการหาโลเคชั่นเหมือนกันนะ ว่าเราควรเปิดร้านตรงไหนถึงจะตรงความต้องการของลูกค้าค่ะ แต่ก็ถือว่าเป็นการชิมลางด้วยการทำธุรกิจเฟรนไชส์ก่อน ก่อนที่จะไปลองเปิดร้านอาหารใหญ่ๆ ค่ะ
Z. zzZZ’
บิ๋งเป็นคนนอนไม่ยากค่ะ แต่ถ้าคิดมากก็จะนอนไม่ได้เลย และเป็นคนนอนเยอะ ตื่นเช้าไม่ค่อยเก่ง การนอนเป็นเรื่องสำคัญค่ะ อย่างลูกๆ บิ๋งส่วนมากถ้าไม่ใช่ช่วงเปิดเทอม บิ๋งก็จะปล่อยเขานอนกันไปค่ะ ไม่ค่อยไปปลุกเขา แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราก็ควรนอนให้พอเหมือนกัน เพราะช่วงเวลาที่เราหลับเหมือนร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอไปด้วย ถ้าคนอดนอนมากๆ โรคก็จะถามหาค่ะ ไม่ดีกับสุขภาพ
 
 
บริษัท ภัทร เอเชีย พับลิชชิ่ง จำกัด
402/4-7 ซ.ลาดพร้าว 94 ถ.ศรีวรา แขวง/เขต วังทองหลาง กทม. 10310
โทร. 66-2148-1005-9 โทรสาร. 66-2148-1010
 
 
ติดต่อ
ติดต่อสอบถาม | ติดต่อโฆษณา | สมัครสมาชิกนิตยสาร | ร่วมงานกับเรา
 
Copyright © 2017 www.hi-magazine.com All Rights Reserved.
ทำเว็บ  ออกแบบเว็บ  Web Design  เว็บสำเร็จรูป  เว็บไซต์สำเร็จรูป